การพัฒนาเทคโนโลยีชีวมวลในปัจจุบัน

Biomassfuel

ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่าพลังงานชีวมวล ก็คือมวลสารประเภทหนึ่งที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิต อาทิ ต้นไม้ ผลผลิตต่างๆ ทางการเกษตร หรือแม้แต่กากเหลือๆ ที่ได้จากการเกษตรก็นับว่าเป็นพลังงานชีวมวลได้เช่นเดียวกัน อาทิ พวกฟางข้าว, แกลบ, กะลามะพร้าว, ชานอ้อย เป็นต้น นอกจากนี้พวกมูลสัตว์ต่างๆ หรือของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นพวกอินทรีย์ก็ถือว่าเป็นพลังงานชีวมวลด้วย ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าประโยชน์จากพลังงานชีวมวลเหล่านี้มีค่อนข้างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดปัญหาก๊าซเรือนกระจก, การใช้เพื่อผลิตระบบไฟฟ้าและความร้อนร่วมกัน

Biomass-technology

อย่างไรก็ตามแม้ว่าการหมักก๊าซชีวภาพจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการเผาโดยตรงก็ตาม แต่ก็ถือว่าค่อนข้างมีประโยชน์อย่างมากต่อเรื่องของการพัฒนาสิ่งแวดล้อมภายในท้องถิ่นและส่วนรวม เรียกว่าเป็นพลังงานที่ยังคงมีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่องเพื่อหวังว่าจะให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการใช้งาน ซึ่งถ้าหากว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้จริงๆ มันจะค่อนข้างเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามอุปสรรคที่สำคัญในการพัฒนาเรื่องของก๊าซชีวมวลในประเทศไทยก็คือ ต้องเข้าใจว่าในปัจจุบันประเทศไทยเองมีผู้ที่ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานชีวมวลไปแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ราย ไม่ว่าจะเป็นโรงงานน้ำตาลที่ใช้ชานอ้อยมาทำเป็นเชื้อเพลิง, โรงสีข้าวที่ใช้แกลบมาทำเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งถ้าหากคิดเป็นกำลังการผลิตจะสูงถึง 440 เมกะวัตต์กันเลยทีเดียว ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่าปัญหาในเรื่องของการพัฒนาพลังงานชีวมวลในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีที่ทำให้ไม่สามารถผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ปัญหาหลักๆ มันอยู่ที่เรื่องของการรับซื้อไฟฟ้าของผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยทีได้มาจากการใช้ก๊าซชีวมวลซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 1.26 บาทต่อหน่วย แต่สำหรับราคารับซื้อของผู้ผลิตรายใหญ่จากเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ราคาสูงกว่าอยู่ที่ประมาณ 1.6 บาทต่อหน่วย จึงกลายเป็นเหตุผลสำคัญในเรื่องของแรงจูงใจที่จะลงทุนทำรวมถึงเรื่องของการที่จะพัฒนาพลังงานชีวมวลอย่างต่อเนื่องมันก็ลดลงด้วยเช่นเดียวกัน

Biomass-energy

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ประเทศไทยเองต้องค่อนข้างที่จะมีวิสัยทัศน์ในเรื่องของการพัฒนานโยบายพลังงานด้านชีวภาพอย่างจริงจัง เบื้องต้นควรมีการปรับปรุงในเรื่องของราคารับซื้อกันเสียก่อนเพื่อเป็นการจูงใจให้กับผู้ผลิตรายย่อยทั้งหลาย ส่วนการพัฒนาในระยะยาวก็ควรมีการจัดสรรในเรื่องของทรัพยากรและงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาให้มากขึ้นยิ่งกว่าเดิม เพื่อที่จะได้ใช้ประโยชน์จากพลังงานชีวมวลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ รับรองว่าถ้าหากทำได้จะยิ่งพัฒนาไปมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน